Seowoon
ดูดวงฟรีดวงสี่เสาจังหวะความรักเข้าสู่ระบบ
ไทย

เสาวัน 60 แบบ (60일주 · 六十日柱) ในซาจูเกาหลี

ทีมบรรณาธิการ Seowoon · อัปเดต 27 กันยายน 2569

เสาวัน (일주 · 日柱) ซึ่งบางตำราไทยเรียกว่าดิถี คือคู่ก้านฟ้ากับกิ่งดินของวันที่เกิด ในผังดวงซาจูแปดตัวอักษร ก้านฟ้าของวันเรียกว่านายวัน (일간 · 日干) และถือเป็นตัวเจ้าของดวง ส่วนกิ่งดินของวัน (일지 · 日支) คือพื้นที่นายวันยืนอยู่และเป็นตำแหน่งคู่ครอง ก้านฟ้า 10 ตัวจับคู่กับกิ่งดิน 12 ตัวหมุนเวียนเป็นวงรอบหกสิบ (육십갑자 · 六十甲子) เสาวันจึงมีทั้งหมด 60 แบบ

เสาวันคำนวณจากวันเกิดด้วยปฏิทินหมื่นปี (만세력 · 萬歲曆) ไม่ใช่จากปีเกิด คนที่เกิดปีเดียวกันจึงมีเสาวันต่างกันได้ และเสาวันเดิมจะวนกลับมาทุก 60 วัน ซาจูเกาหลีให้น้ำหนักกับเสาวันเป็นพิเศษ เพราะสิบเทพ (십신 · 十神) ของตัวอักษรอีกหกตัวนับจากนายวันทั้งหมด คนเกาหลีจึงนิยมเรียกดวงของตัวเองด้วยชื่อเสาวัน เช่น 갑자일주 (甲子) หน้านี้รวมคำอ่านย่อทั้ง 60 แบบ แบ่งตามนายวัน 10 ตัว เพื่อความบันเทิงและการทบทวนตัวเอง

ไม้หยาง (甲) — เสาวัน 6 แบบของนายวันต้นไม้ใหญ่ที่เติบโตตรงขึ้นฟ้า

เสาวันอ่านแบบย่อ
甲子 (갑자 · ไม้หยาง + ชวด)ต้นไม้ใหญ่ที่หยั่งรากลงในน้ำกลางฤดูหนาว น้ำใต้รากนับเป็นเจิ้งอิ้น (정인 · 正印 · ผู้อุปถัมภ์ตรง) ของนายวัน คือพลังที่หล่อเลี้ยงและการเรียนรู้ การอ่านแบบเกาหลีจึงมองว่าเติบโตได้ตรงเพราะมีน้ำหนุนพอ แต่ยังอยู่ในช่วงขัดเกลารูปทรงของตัวเอง ใจจึงอาจแกว่งไปมาบ้าง ส่วนตำแหน่งคู่ครองมักอ่านว่าอีกฝ่ายเข้ามาในฐานะคนที่คอยดูแลและประคับประคอง
甲戌 (갑술 · ไม้หยาง + จอ)ในเรื่องงาน ตำรามักจับคู่เสาวันนี้กับงานที่มีเงินหมุนเข้าออก เช่น การขาย การค้า หรือการลงทุน เพราะดินปลายฤดูใบไม้ร่วงที่ต้นไม้ใหญ่ปักรากอยู่นั้นเป็นเพียนไฉ (편재 · 偏財 · ทรัพย์เสริม) ของนายวัน ภาพโดยรวมคือต้นไม้บนเนินดินแห้งที่ยังค่อย ๆ สะสมกำลัง จึงมักอ่านว่าคว้าโอกาสได้หลายทาง แต่ยังต้องใช้เวลาให้รากแข็งแรง
甲申 (갑신 · ไม้หยาง + วอก)"ยิ่งถูกขัดเกลา ยิ่งแข็งแรง" คือคำที่ตำราเกาหลีมักใช้สรุปเสาวันนี้ เหล็กต้นฤดูใบไม้ร่วงใต้ต้นไม้ใหญ่เป็นชีซา (편관 · 七殺 · อำนาจกดดัน) ที่บีบนายวันอยู่เสมอ เมื่อเลือกทิศทางแล้วจึงมักถูกอ่านว่าผลักไปข้างหน้าโดยไม่ลังเล และในความสัมพันธ์ไปได้ยาวกับคนที่มีเป้าหมายของตัวเองชัดเจน
甲午 (갑오 · ไม้หยาง + มะเมีย)ต้นไม้ใหญ่ยืนอยู่กลางไฟที่ร้อนที่สุดของฤดูร้อนและเผาตัวเองให้เกิดแสง ไฟนั้นเป็นซางกวาน (상관 · 傷官 · ผู้ทะลุกรอบ) ที่นายวันให้กำเนิด การอ่านแบบเกาหลีมองว่าไม่ค่อยเก็บคำที่อยากพูดไว้ในใจ และอยากปรับกรอบเดิมให้ดีขึ้นมากกว่าทำตามไปเฉย ๆ ในความสัมพันธ์จึงมักอ่านว่าต้องพูดสิ่งที่ต้องการออกมา เพราะถ้าเก็บไว้นานจะระบายออกมาทีเดียว
甲辰 (갑진 · ไม้หยาง + มะโรง)ต้นไม้ใหญ่ที่ปักรากลึกลงในดินชื้นปลายฤดูใบไม้ผลิ โดยมีดินผืนนั้นเป็นเพียนไฉของนายวัน ภาพนี้ทำให้การอ่านทั่วไปมองว่ายิ่งเวทีกว้างยิ่งตั้งหลักได้มั่น และมักจับคู่กับงานที่ต้องนำคนหรือวางโครงสร้างองค์กร มากกว่างานเล็ก ๆ ที่กระจัดกระจาย
甲寅 (갑인 · ไม้หยาง + ขาล)ไม้หยางนั่งบนเสือ กิ่งดินขาลมีไม้หยางตัวเดียวกับนายวันเป็นแกน จึงเป็นปี่เจียน (비견 · 比肩 · เพื่อนเสมอตัว) ภาพที่ใช้คือต้นไม้ในป่าต้นฤดูใบไม้ผลิที่ยืนได้ด้วยแรงของตัวเอง ในการอ่านแบบเกาหลีมักมองว่าชอบตัดสินใจเอง เข้ากับงานอิสระหรือการเริ่มกิจการ และสบายใจกับความสัมพันธ์ที่ยืนเคียงกันอย่างเท่าเทียม
ชื่อเทพในแต่ละแถวคือเทพในสิบเทพที่กิ่งดินวันเป็นเมื่อเทียบกับนายวัน นับจากก้านฟ้าหลักที่ซ่อนอยู่ในกิ่งดิน (본기 · 本氣) ซึ่งเป็นผลคำนวณ ส่วนภาพเปรียบและลักษณะนิสัยเป็นการอ่านตามธรรมเนียมเกาหลี ไม่ใช่คำตัดสินตัวบุคคล

ไม้หยิน (乙) — เสาวัน 6 แบบของนายวันไม้เลื้อยที่อ้อมผ่านสิ่งกีดขวาง

เสาวันอ่านแบบย่อ
乙丑 (을축 · ไม้หยิน + ฉลู)หญ้าที่ดันตัวผ่านดินเยือกแข็งปลายฤดูหนาว ช้าแต่ไม่ยอมหยุด คือภาพที่ตำราใช้อ่านเสาวันนี้ ดินผืนนั้นเป็นเพียนไฉของนายวัน จึงมักอ่านว่าสิ่งที่คว้าได้แล้วไม่ค่อยปล่อยง่าย ๆ และถูกโยงกับงานที่เงินหมุนเวียน หรืองานดูแลบัญชี คลังสินค้า และทรัพย์สิน
乙亥 (을해 · ไม้หยิน + กุน)ตำแหน่งคู่ครองของเสาวันนี้มีเจิ้งอิ้นนั่งอยู่ คือน้ำต้นฤดูหนาวที่หล่อเลี้ยงเถาไม้ซึ่งลอยอยู่ข้างบน ในการอ่านแบบเกาหลี ความสัมพันธ์ที่ให้และรับการดูแลกันจึงถูกมองว่าเป็นเรื่องธรรมชาติ ส่วนตัวนายวันมักถูกอ่านว่าไหลตามกระแสได้นุ่มนวล แต่ชอบครุ่นคิดอยู่ข้างในนาน ๆ ก่อนจะแสดงออก
乙酉 (을유 · ไม้หยิน + ระกา)"ข้างนอกนุ่ม ข้างในมีคม" เป็นภาพจำของเสาวันนี้ในตำราเกาหลี เพราะไม้เลื้อยเกาะอยู่บนเหล็กเจียระไนกลางฤดูใบไม้ร่วง และเหล็กนั้นคือชีซาต่อนายวัน การอ่านทั่วไปมองว่ายิ่งมีแรงกดดันยิ่งจัดระเบียบตัวเองได้ดี จึงมักจับคู่กับงานที่มาตรฐานชัดและผิดพลาดไม่ได้ เช่น งานตรวจสอบหรืองานฝีมือที่ต้องละเอียด
乙未 (을미 · ไม้หยิน + มะแม)ไม้เลื้อยที่พันเกาะดินแห้งปลายฤดูร้อน ดินนั้นเป็นเพียนไฉของนายวัน และข้างในยังมีไม้ชนิดเดียวกับตัวเองกับพลังสร้างผลงานซ่อนอยู่ ตำราจึงอ่านว่าค่อย ๆ ไต่ขึ้นอย่างนุ่มนวลพร้อมฝีมือของตัวเอง และมักโยงกับงานที่ผลิตของแล้วกระจายออกไปกว้าง เช่น อาหาร ต้นไม้ หรืองานหัตถกรรม
乙巳 (을사 · ไม้หยิน + มะเส็ง)เมื่อไม้หยินขึ้นไปอยู่บนไฟต้นฤดูร้อน ไฟนั้นกลายเป็นซางกวานที่นายวันให้กำเนิด คำอ่านที่พบบ่อยคือใต้รูปลักษณ์อ่อนโยนมีคำพูด ไอเดีย และฝีมือไหลออกมาไม่หยุด เสาวันนี้จึงถูกยกตัวอย่างคู่กับงานที่ผลงานต้องถูกเห็น อย่างการสอน การเขียน หรือการออกแบบ ส่วนในความสัมพันธ์ ประเด็นที่มักถูกหยิบมาอ่านคือการปรับปริมาณคำพูดให้พอดี
乙卯 (을묘 · ไม้หยิน + เถาะ)หญ้ากลางทุ่งฤดูใบไม้ผลิที่งอกงามเต็มที่ กิ่งดินเถาะมีไม้หยินตัวเดียวกับนายวันจึงเป็นปี่เจียน ตำราเปรียบกับเถาไม้ที่พันกันขึ้นไปเป็นกลุ่ม ดูอ่อนแต่หักยาก และมักอ่านว่าแม้อยู่ในองค์กรก็หาพื้นที่ของตัวเองได้

ไฟหยาง (丙) — เสาวัน 6 แบบของนายวันดวงอาทิตย์เที่ยงวันที่ส่องทั่วถึง

เสาวันอ่านแบบย่อ
丙寅 (병인 · ไฟหยาง + ขาล)ดวงอาทิตย์ที่เพิ่งขึ้นเหนือต้นไม้ต้นฤดูใบไม้ผลิ ไม้ใต้ดวงอาทิตย์คือเพียนอิ้น (편인 · 偏印 · ผู้อุปถัมภ์เสริม) หรือการเรียนรู้แบบเจาะลึกนอกกรอบ เหมือนไฟที่ติดไม้สดตอนต้นฤดู การอ่านทั่วไปจึงมองว่าเริ่มต้นเร็วและสว่างชัด แต่การประคองเรื่องเดียวไว้นาน ๆ ต้องใช้แรงมากกว่าที่คิด
丙子 (병자 · ไฟหยาง + ชวด)ดวงอาทิตย์ที่สะท้อนบนผิวน้ำกลางฤดูหนาวคือภาพของเสาวันนี้ และน้ำนั้นเป็นเจิ้งกวาน (정관 · 正官 · อำนาจตรง) ได้แก่บทบาท หน้าที่ และกติกา ในการอ่านแบบเกาหลีมักมองว่าเป็นคนเปิดเผยที่มีกรอบคอยกำกับแสงไว้ไม่ให้ฟุ้ง ในงานจึงมักถูกโยงกับองค์กรที่กติกาชัดแต่ยังได้ยืนแถวหน้า เช่น งานประชาสัมพันธ์หรือการนำเสนอ
丙戌 (병술 · ไฟหยาง + จอ)ภายนอกสดใส แต่ข้างในเก็บของไว้เงียบ ๆ นี่คือคำอ่านที่มาจากภาพดวงอาทิตย์ลอยเหนือดินปลายฤดูใบไม้ร่วงซึ่งเป็นยุ้งเก็บผลผลิต ดินนั้นคือสือเสิน (식신 · 食神 · เทพอาหาร) ของนายวัน หมายถึงการลงมือทำจนมีผลงานออกมาสม่ำเสมอ ในคนใกล้ชิดจึงมักอ่านว่าแสดงความรักผ่านการลงมือทำให้มากกว่าคำพูด
丙申 (병신 · ไฟหยาง + วอก)ดวงอาทิตย์ส่องเหล็กต้นฤดูใบไม้ร่วงที่นายวันหลอมและจัดการได้ เหล็กนั้นจึงเป็นเพียนไฉ การอ่านทั่วไปมองว่าชอบยืนต่อหน้าผู้คนและทำงานที่เงินหรือโอกาสหมุนเวียนกว้าง เช่น การขาย การค้า หรืองานอีเวนต์ ในความสัมพันธ์มักอ่านว่าช่วยให้อีกฝ่ายเฉิดฉาย แต่ถ้ายึดกันไว้แน่นเกินไปทั้งสองฝ่ายจะเหนื่อย
丙午 (병오 · ไฟหยาง + มะเมีย)ไฟซ้อนไฟคือภาพของเสาวันนี้ กิ่งดินมะเมียมีไฟธาตุเดียวกับนายวันแต่ต่างขั้ว จึงเป็นเจี๋ยไฉ (겁재 · 劫財 · คู่แข่งแบ่งทรัพย์) ตำราเกาหลีมักยกให้เป็นเสาวันที่พลังการแสดงออกแรงที่สุดในหกสิบแบบ และโยงกับงานที่มีการแข่งขันชัด ในคนใกล้ชิด การตกลงแบ่งเงินและเวลากันให้ชัดตั้งแต่แรกมักถูกอ่านว่าช่วยลดการกระทบกระทั่ง
丙辰 (병진 · ไฟหยาง + มะโรง)แดดที่อุ่นดินชื้นปลายฤดูใบไม้ผลิจนผลผลิตดันขึ้นมา ดินผืนนั้นเป็นสือเสินของนายวัน ตำราเปรียบว่าอยู่ในช่วงแต่งตัวพร้อมแล้วและกำลังก้าวออกไป จึงมักอ่านว่าสร้างผลงานอย่างมีแบบแผน และโยงกับงานที่ต้องบ่มเพาะให้เติบโต เช่น การศึกษา สื่อ หรือเกษตร

ไฟหยิน (丁) — เสาวัน 6 แบบของนายวันแสงตะเกียงที่ส่องแคบแต่อยู่ได้นาน

เสาวันอ่านแบบย่อ
丁卯 (정묘 · ไฟหยิน + เถาะ)ตะเกียงที่มีหญ้าฤดูใบไม้ผลิเป็นเชื้อเพลิง หญ้านั้นคือเพียนอิ้นที่เลี้ยงเปลวไฟดวงเล็กไว้ ในซาจูเกาหลีมักอ่านว่าขุดลึกในเรื่องที่สนใจอย่างเงียบ ๆ เหมือนแสงที่ส่องห้องเดียวได้ตลอดคืน จึงถูกโยงกับงานที่ดูแลคนไม่กี่คนอย่างใกล้ชิดมากกว่างานบนเวทีใหญ่
丁丑 (정축 · ไฟหยิน + ฉลู)แสงตะเกียงที่ค่อย ๆ ละลายดินเยือกแข็ง ดินนั้นคือสือเสิน พลังของการลงมือทำจนเกิดผล ตำราอ่านว่าถนัดใช้มือสร้างผลงานจริง แต่เพราะเป็นช่วงของการเก็บรวบรวม ผลงานจึงมักถูกสะสมไว้มากกว่าจะนำออกมาอวด
丁亥 (정해 · ไฟหยิน + กุน)สงบ ตรงไปตรงมา และรักษาหน้าที่ได้นาน คือคำอ่านที่พบบ่อยของเสาวันนี้ ภาพเบื้องหลังคือแสงตะเกียงเหนือน้ำต้นฤดูหนาว ซึ่งน้ำนั้นเป็นเจิ้งกวานต่อนายวัน ส่วนลึกข้างในถูกอ่านว่ากำลังบ่มเพาะบางสิ่งที่จะเกิดใหม่ และในคู่ครองมักอ่านว่าความสัมพันธ์มั่นคงเมื่ออีกฝ่ายรักษาคำพูด
丁酉 (정유 · ไฟหยิน + ระกา)เมื่อไฟหยินส่องเหล็กที่กำลังถูกเจียระไนกลางฤดูใบไม้ร่วง เหล็กนั้นคือเพียนไฉของนายวัน ภาพนี้ทำให้ตำราเกาหลีอ่านว่ามีสายตาที่พิจารณาสิ่งใกล้ตัวได้ละเอียดและนาน เปิดรับเรื่องใหม่ได้ง่ายเหมือนคนที่เพิ่งเริ่มเรียน และมักถูกโยงกับงานที่เปลี่ยนสิ่งละเอียดให้เป็นมูลค่า
丁未 (정미 · ไฟหยิน + มะแม)เทียนที่อุ่นดินแห้งปลายฤดูร้อนไม่ได้สว่างจ้า แต่ให้ความอบอุ่นต่อเนื่องจนสิ่งต่าง ๆ งอกงาม ดินนั้นเป็นสือเสินของนายวัน การอ่านแบบเกาหลีจึงโยงเสาวันนี้กับงานฝีมือหรืองานดูแลที่สะสมผลทีละน้อย และมองว่าในคนใกล้ชิดมักเป็นฝ่ายคอยดูแลอีกฝ่าย
丁巳 (정사 · ไฟหยิน + มะเส็ง)เหมือนเทียนที่จุดกลางแดดต้นฤดูร้อน ไฟใต้เท้าเป็นธาตุเดียวกันแต่ต่างขั้วจึงเป็นเจี๋ยไฉ ตำรามักอ่านว่าพลังอยู่ในช่วงแรงที่สุดและเด่นในงานที่ทำร่วมกับคนจำนวนมาก แต่แสงรอบตัวไม่ได้เป็นของเราคนเดียว การแบ่งปันแสงกับคนใกล้ชิดจึงเป็นประเด็นที่มักถูกหยิบมาอ่าน

ดินหยาง (戊) — เสาวัน 6 แบบของนายวันดินภูเขาที่รองรับกว้างและไม่พังง่าย

เสาวันอ่านแบบย่อ
戊辰 (무진 · ดินหยาง + มะโรง)ดินภูเขาที่ซ้อนอยู่บนดินชื้นปลายฤดูใบไม้ผลิ กิ่งดินมะโรงมีดินหยางตัวเดียวกับนายวันเป็นแกนจึงเป็นปี่เจียน ตำราเกาหลีอ่านว่าพื้นใต้เท้ามั่นคงจนไม่ค่อยหวั่นไหว และสบายใจกว่าเมื่อได้ดูแลส่วนของตัวเอง มากกว่าทำตามคำสั่งคนอื่น
戊寅 (무인 · ดินหยาง + ขาล)ภูเขาที่มีต้นไม้ใหญ่ต้นฤดูใบไม้ผลิแทงรากลงไป ต้นไม้นั้นคือชีซาต่อนายวัน การอ่านแบบเกาหลีมองว่าอยู่กับความตึงเครียดเป็นปกติ แต่เพราะอยู่ในตำแหน่งของการเริ่มต้นใหม่ ความตึงนั้นมักถูกอ่านว่าเปลี่ยนเป็นแรงผลัก และโยงกับงานภาคสนามที่ความรับผิดชอบชัด
戊子 (무자 · ดินหยาง + ชวด)ตำแหน่งคู่ครองของเสาวันนี้เป็นเจิ้งไฉ (정재 · 正財 · ทรัพย์ตรง) หรือรายได้ประจำและการดูแลอย่างเป็นระบบ ภาพคือภูเขาที่โอบน้ำกลางฤดูหนาวไว้เหมือนอ่างเก็บน้ำ ตำราจึงอ่านว่าภายนอกหนักแน่น ข้างในคอยบริหารสิ่งที่ไหลเข้ามาอย่างสม่ำเสมอ และในความสัมพันธ์ ความสม่ำเสมอในชีวิตประจำวันทำให้ใจสงบมากกว่าคำสัญญา
戊戌 (무술 · ดินหยาง + จอ)ภูเขาทับซ้อนบนดินเก็บเกี่ยวปลายฤดูใบไม้ร่วง กิ่งดินจอมีดินหยางเหมือนนายวันจึงเป็นปี่เจียน ในการอ่านแบบเกาหลีนี่คือเสาวันที่มีแนวทางของตัวเองชัดมาก และในกิ่งดินยังเก็บทั้งพลังการแสดงออกและการเรียนรู้ไว้เหมือนโกดัง ซึ่งมักถูกอ่านว่าจะค่อย ๆ นำออกมาใช้ตามจังหวะ
戊申 (무신 · ดินหยาง + วอก)ภูเขาใหญ่ที่มีแร่เหล็กต้นฤดูใบไม้ร่วงอยู่ข้างใต้ เหล็กนั้นคือสือเสินที่นายวันให้กำเนิด ภาพที่ใช้อ่านคือผลงานที่ถูกขุดออกมาจากฐานที่หนักแน่นอย่างต่อเนื่อง จึงมักโยงกับงานผลิต งานเทคนิค หรือการสร้างคอนเทนต์ที่ทำแล้วเปลี่ยนเป็นรายได้
戊午 (무오 · ดินหยาง + มะเมีย)ภูเขาทั้งลูกที่ถูกแดดกลางฤดูร้อนแผดจนอุ่น ไฟใต้ภูเขาคือเจิ้งอิ้นที่หนุนนายวัน ตำรามักอ่านว่าพื้นฐานอบอุ่นและพลังอยู่ในช่วงสูงสุด และโยงกับงานที่สร้างที่ยืนด้วยความรู้ เอกสาร หรือการสอน

ดินหยิน (己) — เสาวัน 6 แบบของนายวันดินในไร่นาที่หล่อเลี้ยงให้สิ่งต่าง ๆ เติบโต

เสาวันอ่านแบบย่อ
己巳 (기사 · ดินหยิน + มะเส็ง)ดินในไร่นาที่มีไฟต้นฤดูร้อนอุ่นอยู่ข้างใต้ ไฟนั้นเป็นเจิ้งอิ้นที่หล่อเลี้ยงนายวัน การอ่านแบบเกาหลีเปรียบว่าเป็นช่วงที่พลังขึ้นสูงสุดพร้อมกับการบ่มเพาะบางสิ่งให้เติบโต จึงมักโยงกับงานที่ใช้ความรู้ไปพัฒนาคนหรือดูแลองค์กร
己卯 (기묘 · ดินหยิน + เถาะ)แปลงนาที่หญ้าฤดูใบไม้ผลิขึ้นหนาแน่น หญ้าเหล่านั้นคือชีซาต่อนายวัน ตำราจึงอ่านว่ามีเรื่องต้องลงมือดูแลอยู่ตลอด และความพยายามส่วนใหญ่เกิดขึ้นข้างในมากกว่าที่คนภายนอกเห็น ในความสัมพันธ์ก็มักอ่านว่าคอยเอาใจใส่อีกฝ่ายอยู่เสมอ
己丑 (기축 · ดินหยิน + ฉลู)ดินในนาที่ทับซ้อนบนดินเยือกแข็งปลายฤดูหนาว กิ่งดินฉลูมีดินหยินตัวเดียวกับนายวันจึงเป็นปี่เจียน การอ่านทั่วไปมองว่าชอบชีวิตที่จัดวางไว้ตามแบบของตัวเอง และสิ่งที่เก็บไว้ในใจไม่ค่อยเปิดให้ใครเห็นง่าย ๆ
己亥 (기해 · ดินหยิน + กุน)น้ำต้นฤดูหนาวที่เริ่มรวมตัวอีกครั้งถูกดินในนาโอบไว้ และน้ำนั้นคือเจิ้งไฉของนายวัน ภาพที่ใช้อ่านคือมือที่เพาะปลูกและดูแลสิ่งที่ไหลเข้ามาอย่างสม่ำเสมอ ในน้ำยังมีไม้ที่แทนบทบาทหน้าที่ซ่อนอยู่ จึงมักอ่านคู่กับงานในระบบที่ต้องบริหารและบ่มเพาะ
己酉 (기유 · ดินหยิน + ระกา)ผืนนาที่มีเหล็กซึ่งขัดเกลาแล้วโผล่ขึ้นมา เหล็กนั้นคือสือเสินของนายวัน ตำราเกาหลีมักอ่านว่างานที่ตั้งใจทำจะออกมาเรียบร้อยและประณีต จึงโยงกับงานที่ต้องการผลลัพธ์ถูกต้องและสะอาดตา และในคนใกล้ชิดมักเป็นฝ่ายดูแลอีกฝ่ายอย่างละเอียดอ่อน
己未 (기미 · ดินหยิน + มะแม)ดินสวนปลายฤดูร้อนที่วางอยู่บนดินชนิดเดียวกัน กิ่งดินมะแมมีดินหยินเหมือนนายวันจึงเป็นปี่เจียน ในการอ่านแบบเกาหลีมองว่าข้างในกับข้างนอกเป็นเนื้อเดียว ไม่ค่อยมีหน้ากาก และมักให้ผลเมื่อเตรียมตัวจนพร้อมแล้วเท่านั้น

ทองหยาง (庚) — เสาวัน 6 แบบของนายวันเหล็กดิบที่แข็งและตรง

เสาวันอ่านแบบย่อ
庚午 (경오 · ทองหยาง + มะเมีย)เหล็กดิบที่ได้รูปทรงจากไฟกลางฤดูร้อน ไฟนั้นคือเจิ้งกวานของนายวัน ตำราจึงอ่านว่าถูกขัดเกลาภายใต้กติกาและหน้าที่ แม้กระบวนการนั้นจะมีช่วงสั่นคลอนอยู่บ้าง และมักโยงกับองค์กรที่ระเบียบชัด ส่วนในคนใกล้ชิด ความตึงเครียดอาจร้อนขึ้นได้บ่อยเหมือนเหล็กบนไฟ
庚辰 (경진 · ทองหยาง + มะโรง)เหล็กดิบที่ฝังอยู่ในดินชื้นปลายฤดูใบไม้ผลิ ดินนั้นเป็นเพียนอิ้นที่โอบอุ้มนายวันไว้ การอ่านทั่วไปมองว่ายังอยู่ในช่วงถูกบ่มเพาะ แต่ใต้ดินผืนนั้นมีทั้งเรื่องเงินและการแสดงออกหมุนเวียนอยู่ จึงเป็นฐานที่หนาและมีของมากกว่าที่เห็น
庚寅 (경인 · ทองหยาง + ขาล)เหล็กดิบฟาดลงบนต้นไม้ที่เพิ่งแทงยอดต้นฤดูใบไม้ผลิ ต้นไม้นั้นคือเพียนไฉที่นายวันจัดการ ตำราเกาหลีมักอ่านว่าตรงไปตรงมาและชอบเปิดเกมใหญ่ แต่ไม่ค่อยอยู่ที่เดิมนาน ในความสัมพันธ์จึงมักอ่านว่าไปได้ยาวเมื่อต่างคนต่างมีพื้นที่เคลื่อนไหว
庚子 (경자 · ทองหยาง + ชวด)เหล็กที่ดันน้ำกลางฤดูหนาวให้ไหลออกไป น้ำนั้นคือซางกวานที่นายวันให้กำเนิด การอ่านแบบเกาหลีมองว่าคำพูดและผลงานออกสู่ภายนอกได้ชัด เช่น การเขียน การวิจารณ์ หรือการอธิบายเรื่องเทคนิค แต่จังหวะของพลังอยู่ในช่วงเก็บกลับมากกว่ารุกไปข้างหน้า
庚戌 (경술 · ทองหยาง + จอ)ดินเก็บเกี่ยวปลายฤดูใบไม้ร่วงรองรับเหล็กดิบไว้ ดินนั้นคือเพียนอิ้น ตำรามักอ่านว่าความสามารถในการค้นคว้าคนเดียวจนเข้าใจลึกจะกลายเป็นที่ยืน และในคนใกล้ชิดต้องมีเวลาอยู่คนเดียวบ้างจึงสบายใจ
庚申 (경신 · ทองหยาง + วอก)เหล็กพบเหล็กในต้นฤดูใบไม้ร่วง กิ่งดินวอกมีทองหยางตัวเดียวกับนายวันเป็นแกนจึงเป็นปี่เจียน ในซาจูเกาหลีมักอ่านว่ายืนได้ด้วยแรงของตัวเองเต็มที่ เข้ากันดีกับงานที่รับผิดชอบคนเดียว และสบายใจกับคู่ที่มีมาตรฐานใกล้เคียงกัน

ทองหยิน (辛) — เสาวัน 6 แบบของนายวันเหล็กเจียระไนที่คมและประณีต

เสาวันอ่านแบบย่อ
辛未 (신미 · ทองหยิน + มะแม)อัญมณีที่ฝังอยู่ในดินแห้งปลายฤดูร้อน ดินนั้นเป็นเพียนอิ้นของนายวัน ภาพนี้ทำให้ตำราอ่านว่าแม้ภายนอกไม่โดดเด่น แต่ข้างในละเอียดและมีมาตรฐานของตัวเองชัด ในความสัมพันธ์ก็มักอ่านว่าข้างในซับซ้อนกว่าที่เห็นจากภายนอก
辛巳 (신사 · ทองหยิน + มะเส็ง)ประณีตภายในกรอบ คือคำอ่านหลักของเสาวันนี้ อัญมณีเปล่งประกายเหนือไฟต้นฤดูร้อน และไฟนั้นคือเจิ้งกวานของนายวัน ตำราเกาหลีมองว่าเป็นช่วงที่พลังหยุดพัก จึงมักใช้เวลาขัดเกลาตัวเองอยู่ข้างในนาน และโยงกับงานที่ต้องแยกแยะอย่างละเอียดในระบบที่ชัดเจน
辛卯 (신묘 · ทองหยิน + เถาะ)เหล็กเจียระไนวางอยู่บนหญ้าฤดูใบไม้ผลิที่กำลังงอกงาม หญ้านั้นคือเพียนไฉของนายวัน ตำรามักอ่านว่าใช้สายตาที่แยกแยะละเอียดจัดการเงินและโอกาส แต่รากตื้นจึงย้ายที่ทางบ่อย ในคนใกล้ชิด สายตาแบบนี้เห็นทั้งข้อดีและข้อเสียได้เร็ว จะหันไปมองทางไหนจึงถูกอ่านว่ากำหนดบรรยากาศของความสัมพันธ์
辛丑 (신축 · ทองหยิน + ฉลู)ดินเยือกแข็งเก็บอัญมณีไว้และค่อย ๆ บ่มเลี้ยง ดินนั้นคือเพียนอิ้นของนายวัน การอ่านทั่วไปมองว่าไม่ค่อยเปิดตัวออกไปข้างนอก แต่ตัวตนก่อรูปอย่างมั่นคงอยู่ข้างใน และสบายใจกับคนที่เข้าใจและให้ระยะห่างพอดี
辛亥 (신해 · ทองหยิน + กุน)เหล็กคมที่ถูกน้ำใหญ่ต้นฤดูหนาวชะล้าง น้ำนั้นคือซางกวานที่นายวันให้กำเนิด ในซาจูเกาหลีจึงมักอ่านว่าความคิดที่ละเอียดถี่ถ้วนไหลออกมาเป็นคำพูดและงานเขียน เช่น งานบรรณาธิการหรืองานวิจารณ์ และสิ่งที่ต้องฝึกในความสัมพันธ์คือการลบคมของคำพูด
辛酉 (신유 · ทองหยิน + ระกา)อัญมณีกลางฤดูเก็บเกี่ยว กิ่งดินระกามีทองหยินตัวเดียวกับนายวันจึงเป็นปี่เจียน ตำราอ่านว่าข้างในกับข้างนอกเป็นโลหะเนื้อเดียว เส้นสายจึงคมชัด และอยู่ในช่วงที่ยืนได้ด้วยแรงของตัวเอง ชอบทำงานละเอียดให้เสร็จด้วยมือตัวเอง

น้ำหยาง (壬) — เสาวัน 6 แบบของนายวันน้ำใหญ่ที่ลึกและเลือกทางไหลเอง

เสาวันอ่านแบบย่อ
壬申 (임신 · น้ำหยาง + วอก)น้ำพุที่ไม่เหือดแห้งคือภาพของเสาวันนี้ น้ำใหญ่พุ่งออกจากหินเหล็กต้นฤดูใบไม้ร่วง และหินนั้นเป็นเพียนอิ้นที่เป็นต้นน้ำของนายวัน การอ่านแบบเกาหลีมองว่าไปได้ไกลและมีแรงส่งมากที่สุดตอนเริ่มต้น ความรู้ที่สะสมไว้จึงมักถูกอ่านว่าเป็นทุนสำคัญ
壬午 (임오 · น้ำหยาง + มะเมีย)น้ำใหญ่ไหลอยู่เหนือไฟกลางฤดูร้อน ไฟนั้นคือเจิ้งไฉที่นายวันควบคุม ตำรามักอ่านว่าจัดการเรื่องเงินและชีวิตประจำวันเป็นระบบ และเปิดรับสิ่งใหม่ได้ดี ในความสัมพันธ์ น้ำกับไฟที่อยู่ด้วยกันทำให้มักอ่านว่ามีทั้งช่วงอุ่นและช่วงเย็นสลับกัน
壬辰 (임진 · น้ำหยาง + มะโรง)เขื่อนที่กั้นน้ำซึ่งอยากไหลไปไกล คือภาพที่ใช้อ่านเสาวันนี้ ดินชื้นปลายฤดูใบไม้ผลิที่เก็บน้ำใหญ่ไว้คือชีซาต่อนายวัน และความลึกเกิดขึ้นจากแรงตึงระหว่างสองฝั่งนั้นเอง ตำราจึงโยงกับทั้งงานที่มีระเบียบเข้ม และงานที่รื้อกรอบเดิมมาปรับใหม่
壬寅 (임인 · น้ำหยาง + ขาล)แม่น้ำที่หล่อเลี้ยงต้นไม้ต้นฤดูใบไม้ผลิ ต้นไม้นั้นคือสือเสินที่นายวันให้กำเนิด การอ่านทั่วไปมองว่าชอบขยายงานและสร้างสิ่งใหม่ แต่พลังอยู่ในช่วงที่ต้องถนอมและปรับแก้มากกว่าเร่งเครื่อง ในคนใกล้ชิด ความสัมพันธ์ที่ได้สร้างอะไรบางอย่างไปด้วยกันมักถูกอ่านว่าสบายใจที่สุด
壬子 (임자 · น้ำหยาง + ชวด)น้ำหยางบนน้ำกลางฤดูหนาว กิ่งดินชวดมีน้ำธาตุเดียวกันแต่ต่างขั้วจึงเป็นเจี๋ยไฉ ตำราเกาหลีมักอ่านว่าลึกและกว้างจนสร้างทางของตัวเองได้ คำถามสำคัญจึงอยู่ที่ว่าจะพาน้ำก้อนใหญ่นี้ไปทางไหน ซึ่งเจ้าของต้องเลือกเอง
壬戌 (임술 · น้ำหยาง + จอ)ดินคลังปลายฤดูใบไม้ร่วงกดทางน้ำไว้ ดินนั้นคือชีซาต่อนายวัน การอ่านแบบเกาหลีมองว่าพลังแรงแต่ต้องผ่านกรอบบางอย่าง และอยู่ในช่วงที่เตรียมตัวพร้อมแล้วจึงก้าวออกไป ในความสัมพันธ์มักอ่านว่าอีกฝ่ายเข้ามาในฐานะคนที่ช่วยวางกรอบให้

น้ำหยิน (癸) — เสาวัน 6 แบบของนายวันน้ำค้างที่ซึมซับและเติมเต็มอย่างเงียบ ๆ

เสาวันอ่านแบบย่อ
癸酉 (계유 · น้ำหยิน + ระกา)หยดน้ำค้างที่เกาะบนเหล็กเจียระไนกลางฤดูใบไม้ร่วง เหล็กนั้นคือเพียนอิ้นที่ให้กำเนิดนายวัน ตำรามักอ่านว่าใสและคม ชอบเจาะลึกมากกว่ากระจายตัวกว้าง และถนัดคอยสังเกตและเติมเต็มจากด้านหลังมากกว่ายืนแถวหน้า
癸未 (계미 · น้ำหยิน + มะแม)ฝนที่ซึมลงดินแห้งปลายฤดูร้อน ดินนั้นคือชีซาต่อนายวัน การอ่านทั่วไปมองว่าแทรกซึมเข้าไปทั้งที่แบกความตึงเครียดไว้ และเพราะเป็นตำแหน่งของการเก็บรวบรวม จึงสะสมประสบการณ์ไว้ข้างในทีละน้อย ใต้ดินยังมีพลังสร้างผลงานซ่อนอยู่ ซึ่งตำรามองว่าช่วยรับมือกับแรงกดดันนั้นได้
癸巳 (계사 · น้ำหยิน + มะเส็ง)น้ำค้างที่ตกลงบนไฟซึ่งเพิ่งเริ่มติดในต้นฤดูร้อน ไฟนั้นคือเจิ้งไฉของนายวัน ในการอ่านแบบเกาหลีมักมองว่าซึมเข้าไปอย่างเงียบ ๆ และสะสมสิ่งที่เข้ามาอย่างสม่ำเสมอ ใต้กิ่งดินมะเส็งยังมีทั้งหน้าที่และการเรียนรู้ซ่อนอยู่ จึงมักโยงกับงานที่สร้างความไว้ใจทีละน้อยในระบบที่ชัดเจน
癸卯 (계묘 · น้ำหยิน + เถาะ)ฝนฤดูใบไม้ผลิที่ทำให้หญ้าแตกยอด หญ้านั้นคือสือเสินที่นายวันให้กำเนิด ตำราเกาหลีอ่านว่าแม้เริ่มจากสิ่งเล็ก ๆ แต่สิ่งที่ทำมีชีวิตและเติบโตต่อได้ เป็นคนละแบบกับการพลิกเกมครั้งใหญ่ และในคนใกล้ชิดมักอ่านว่าความใส่ใจเล็ก ๆ ทุกวันอยู่ได้นานกว่าคำสัญญาใหญ่
癸丑 (계축 · น้ำหยิน + ฉลู)น้ำที่ซึมอยู่ในดินเยือกแข็ง ดินนั้นคือชีซาต่อนายวัน การอ่านทั่วไปมองว่าภายนอกเงียบสงบ แต่ข้างในแบกความตึงเครียดไว้และอดทนได้นาน ความอดทนนี้มักถูกอ่านว่าเป็นจุดแข็งในงานที่มีกติกาเข้มและแรงกดดันสูง
癸亥 (계해 · น้ำหยิน + กุน)เสาวันสุดท้ายของวงรอบหกสิบคือฝนละอองที่ตกซ้อนบนน้ำใหญ่ต้นฤดูหนาว กิ่งดินกุนมีน้ำหยางซึ่งต่างขั้วกับนายวันเป็นแกน จึงนับเป็นเจี๋ยไฉ ตำรามักอ่านว่าพลังอยู่ในช่วงสูงสุด แต่น้ำของเรากับน้ำรอบตัวต้องแบ่งเขตกันให้ชัด ทั้งในงานที่ทำร่วมกับคนหมู่มากและในคนใกล้ชิด

หาเสาวันของตัวเองอย่างไร

เสาวันไม่ได้ดูจากปีเกิดหรือนักษัตรประจำปี ต้องนำวัน เดือน ปีเกิดไปนับวงรอบ 60 วันในปฏิทินหมื่นปี ถ้าเกิดราวห้าทุ่มถึงเที่ยงคืน เสาวันอาจเลื่อนไปอีกวันได้ตามเส้นแบ่งวันและการปรับเวลาตามลองจิจูดของสถานที่เกิด จึงควรใช้ทั้งเวลาและสถานที่เกิด เครื่องมือซาจูฟรีของ Seowoon คำนวณเสาวันจากวันและเวลาเกิดให้ได้ทันที

เมื่อรู้เสาวันแล้ว ให้อ่านแถวของตัวเองในตารางข้างบนเป็นจุดเริ่ม คำอ่านย่อเหล่านี้เป็นแนวโน้มทั่วไปที่แบ่งคนออกเป็น 60 กลุ่ม ไม่ใช่คำตัดสินตัวบุคคล คนที่มีเสาวันเดียวกันยังต่างกันได้มากตามเสาปี เสาเดือน เสาเวลา และวัยจร 10 ปี (대운 · 大運) ส่วนการนับแต่ธาตุในผังดวงโดยไม่ดูเสาวันก็เท่ากับอ่านดวงโดยไม่รู้ว่าเจ้าของดวงคือใคร

คำถามที่พบบ่อย

เสาวันกับนักษัตรปีเกิดต่างกันอย่างไร
นักษัตรปีเกิดมาจากกิ่งดินของเสาปี คนเกิดปีเดียวกันจึงมีนักษัตรเดียวกัน ส่วนเสาวันมาจากวันเกิดและเปลี่ยนทุกวันตามวงรอบ 60 วัน ซาจูเกาหลีถือว่านายวันในเสาวันคือตัวเรา จึงใช้เสาวันเป็นจุดตั้งต้นของการอ่านทั้งผังดวง
เสาวันกับนายวันต่างกันอย่างไร
เสาวันคือสองตัวอักษร (ก้านฟ้า + กิ่งดิน) ส่วนนายวันคือก้านฟ้าตัวเดียวในเสาวัน นายวันแทนตัวเรา เมื่อพูดว่าเสาวันจะรวมพื้นที่ที่นายวันยืนอยู่ (กิ่งดินวัน) เข้าไปด้วย อ่านลักษณะพื้นฐานของนายวันแต่ละตัวได้ที่หน้าธาตุประจำตัวทั้ง 10 แบบ
ดูความเข้ากันของคู่จากเสาวันได้ไหม
ในการอ่านแบบเกาหลีมักดูว่านายวันของสองคนเป็นเทพตัวใดต่อกันในสิบเทพ และกิ่งดินวันของทั้งคู่รวมกันหรือชนกันหรือไม่ แต่จะไม่ตัดสินความสัมพันธ์จากตารางจับคู่ชื่อเสาวันเพียงอย่างเดียว เพราะเสาอื่นในผังดวงก็มีผลต่อการอ่านด้วย

ดูดวงซาจูฟรีจากวันเดือนปีเกิด

เนื้อหานี้เพื่อความบันเทิงและการทบทวนตัวเอง ซาจูบอกได้ว่าในผังดวงมีตัวอักษรใดอยู่ตรงไหน แต่ไม่ได้ตัดสินอนาคตของใคร